ReadyPlanet.com


การเตรียมตัวเดินทางไปพม่ากรุ๊ปวันที่ 12-16 ส.ค. 53


การนัดหมาย : พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์ Dสายการบิน THAI AIRWAYS  เวลาตีห้าครึ่ง พนักงานบริษัทบีเอ็นบีทราเวลจะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและสัมภาระการเดินทางให้กับท่าน เคาน์เตอร์สายการบินปิดเช็คอิน 45 นาที่ ก่อนเครื่องออก กรุณาตรงต่อเวลา( บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบกรณีท่านเดินทางมาถึงสนามบินล่าช้า และเช็คอินตั๋วโดยสารไม่ทันตามเวลากำหนดของสายการบิน ) *ตั๋วเครื่องบินเป็นแบบ E-Ticket ต้องใช้หนังสือเดินทางและผู้เดินทางแสดงตัวเมื่อทำการเช็คอิน พร้อมชั่งน้ำหนักสัมภาระ ในการLoad ขึ้นเครื่อง*

FLIGHT NO.

DATE

ROUTING

TIME OF DEPARTURE - ARRIVAL

TG303

12/08/10

BKK- RGN

07.55  - 08.50 AM

TG306

16/08/10

RGN - BKK

19.45 - 21.40 PM

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่ที่รอต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ คือ คุณกฤษฎา 089-1157722

ขอความกรุณานำของเหลว ได้แก่ น้ำ เครื่องดื่ม ครีม โลชั่น ออยล์ น้ำหอม สเปรย์ เจลใส่ผม เจลสำหรับอาบน้ำ โฟมชนิดต่างๆ ยาสีฟัน น้ำยากำจัดกลิ่นตัว และของอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ใส่ไว้ในกระเป๋าที่ฝากเข้าใต้เครื่อง ของที่ไม่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องไปได้ก็จะเป็นพวก ของมีคม ของแหลม แม้กระทั้งกรรไกรตัดเล็บ ตะไบขัดเล็บ หรือเหล็กกดสิว น้ำและของเหลวที่มีปริมาณต่อขวดเกิน ๑๐๐ มล. แม้จะเป็นขวดเปล่าที่มีน้ำปริมาณนิดเดียวก็ไม่ได้ ต้องทิ้งหมด แต่ถ้าจะนำลิปมัน ครีมทามือ แปรงสีฟัน ยาสีฟันหลอดเล็กๆก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ควรจะขนาดเล็กจริงๆ หากต้องการให้ญาติทางเมืองไทยติดต่อ ท่านสามารถให้เบอร์โทรที่หัวหน้าทัวร์พม่าถือไว้ กดจากมือถือเมืองไทยตามนี้ค่ะ + 9595405658

5 มหาบูชาสถาน : สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของประเทศพม่า
ชาวพม่าได้ชื่อว่า เป็นชนชาติที่ยังยึดมั่นคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่ที่สุดชาติหนึ่งในโลก มีการสร้างเจดีย์ พระธาตุ ศาสนสถาน ทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นจึงมีปูชนียสถานอันเป็นที่สักการบูชาของชาวพม่า และชาวมอญอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่นับถือเป็นมหาบูชาสถานสำคัญสูงสุดมีเพียง 5 แห่ง ที่เป็นความใฝ่ฝันของชาวพุทธพม่าว่าครั้งหนึ่งในชีวิตควรได้เดินทางไป สักการบูชาให้ครบทั้ง 5 แห่ง จึงจะนอนตายตาหลับหรือได้ขึ้นสวรรค์ มหาบูชาสถานทั้ง 5 แห่งนี้ได้แก่
1.มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง
เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ รวม 8 เส้น ของพระพุทธเจ้า มีประวัติตำนานเก่าแก่กว่า 2
,000 ปี ตั้งแต่ครั้งที่ย่างกุ้งยังเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่า ดากองหรือ ตะเกิง ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไป แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ย่างกุ้ง” “ชเวดากองแปลว่า เจดีย์ทองแห่งเมืองดากองมหาเจดีย์แห่งนี้มีการบูรณปฏิสังขรณ์มาด้วยกันหลายครั้ง โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์ของมอญและพม่าที่จะขึ้นครองราชย์บัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เอง เพื่อนำมาห่อหุ้มองค์พระเจดีย์ ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชาวพุทธ แห่งลุ่มน้ำอิระวดีที่สำคัญที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน
2.เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม
เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามหาราช พระองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามเมื่อ 900 ปีเศษมาแล้ว ภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดี ได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญ ตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์ และ ราชบัณฑิตมาที่เมืองพุกาม ทำให้พม่าได้รับอิทธิพงศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว ดังเช่น รูปร่างของเจดีย์ ชเวซิกอง ก็มีรูปทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ก่อนที่จะมีพุทธศิลป์ สกุลช่างพุกามเกิดขึ้น
ชเวซิกองแปลว่า เจดีย์ที่ตั้งอยู่บนพื้นทราย
3.เจดีย์ชเวมอดอร์ แห่งเมืองหงสาวดีหรือบาโก
ชาวพม่าเรียกว่า
ไจก์มุเตาแห่งบาโกคนไทยเรียกว่า เจดีย์มุเตาเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ 2 เส้นของพระพุทธเจ้ามีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปีเป็นที่เคารพสักการะของกษัตริย์มอญ, พม่า, รวมทั้งไทย เช่น พระเจ้าราชาธิราชของมอญ พระเจ้าบุเรงนองของพม่า ตลอดจนสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย ไจก์มุเตาแปลว่า เจดีย์จมูกร้อน เพราะเจดีย์มีความสูงมากจนต้องแหงนหน้าขึ้นคอตั้งบ่าเพื่อมองไปที่ยอดของเจดีย์ทำให้จมูกร้อนเพราะแสงแดดเผามีตำนานสร้างคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองในย่างกุ้ง ตามตำนานการสร้างเจดีย์ชเวมอเดอร์มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่ามีพ่อค้าวาณิชชาวมอญสองคนได้อัญเชิญพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้ามาจากประเทศอินเดีย และได้สร้างเจดีย์นี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเป็นที่เคารพสักการบูชาของพระมหากษัตริย์พม่า และมอญตลอดจนพระมหากษัตริย์ไทยคือ พระนเรศวรมหาราชและได้มีการบูรณะซ่อมแซมมาด้วยกันหลายรัชกาล องค์พระเจดีย์เป็นศิลปะพม่าผสมผสานกับศิลปะมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์ชเวมอดอร์มีความสูงถึง 377 ฟุตทั้งๆที่มีจารึกระบุความสูงเมื่อแรกสร้างเพียง 75 ฟุตเท่านั้น ซึ่งมีความสูงกว่าพระมหาเจดีย์ชเวดากองถึง 51 ฟุต ต่อมาภายในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2473 ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นครั้งใหญ่ในประเทศพม่ายอดฉัตรบนสุดของพระเจดีย์ชเวมอดอร์ ได้หักพังทลายลงมายังความโศกเศร้าร้าวรานในให้แก่ชาวพม่าและตลอดจนพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมในศรัทธากันถ้วนหน้าจึงได้ทำการเรี่ยไรเงินมาบูรณะซ่อมแซมองค์พระเจดีย์ชเวมอดอร์ขึ้นมาใหม่ และสร้างให้สูงกว่าเดิมแต่ทางรัฐบาลพม่าก็ยังคงเก็บรักษาซากเจดีย์องค์เดิมไว้ให้ชาวพม่า และชาวมอญกราบไหว้สักการะบูชา ณ บริเวณลานกว้างใหม่ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็น จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระเจดีย์โดยมีความเชื่อถือกันว่าตรงบริเวณจุดนี้คือพระธาตุองค์จริง
4.พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์
เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องแบบกษัตริย์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 เมตร เป็นที่ยอมรับกันว่า มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่ง
มหามุนีแปลว่า มหาปราชญ์หล่อขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยชาวยะไข่ ชนกลุ่มน้อยในรัฐอาระกัน ทางทิศตะวันตกสุดของพม่าติดกับประเทศอินเดีย ต่อมาเมื่อพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกทัพไปตีเมืองยะไข่ได้ จึงโปรดให้ชะลอพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์ เมื่อ 200 ปีมาแล้ว มีตำนานเล่ากันว่า พระพุทธเจ้าทรงประทานลมหายใจให้พระมหามุนี เป็นตัวแทนสืบทอดพระศาสนา จึงเชื่อกันว่า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้มีลมหายใจจริง จึงต้องมีพิธีล้างพระพักตร์ให้ทุกเช้า ซึ่งพิธีนึ้ก็ยังคงดำรงอยู่มาตราบจนถึงปัจจุบัน
5.พระธาตุอินทร์แขวน ไจก์ทิโยเมืองไจก์โถ่ รัฐมอญ
เชื่อกันว่าพระอินทร์เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ เพื่อนำเอาพระธาตุมาแขวนไว้ให้ผู้มีบุญมากราบไหว้ ใครได้มาสักการะก็เท่ากับได้ไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ และจะได้สั่งสมอานิสงส์ให้ไปเกิดร่วมยุคกับพระศรีอาริยเมตตรัย และผู้ที่มีบุญก็จะสามารถมองเป็นองค์พระธาตุลอยอยู่อย่างชัดเจน พระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 1,200 เมตร สร้างตั้งไว้บนก้อนหิน สูงถึง 5.5 เมตร เส้นรอบวงของก้อนหินราว 17 เมตร มองดูคล้ายก้อนหินตั้งอยู่หมิ่นเหม่ใกล้จะตกลงมาเต็มที ชาวพม่าดั้งเดิมเล่าว่าก่อนหน้านี้จะลอยอยู่อย่างเห็นได้ชัด แต่ก้อนหินได้ลดระดับต่ำลงเรื่อยๆตามกิเลสตัณหาของมนุษย์และการเสื่อมถอยของพระพุทธศาสนา

เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทาง    

ในปี พ..2535 รัฐบาลพม่าได้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ โดยต้องทำวีซ่าที่สถานทูตพม่าก่อนเข้าประเทศ และประกาศในปี พ..2539-2540 เป็นปีท่องเที่ยวพม่า(Visit Myanmar Year) โดยแบ่งเป็น 3 เมืองวัฒนธรรม คือ
1.ชั้นใน ได้แก่ ย่างกุ้ง หงสาวดี สิเรียม พุกาม มัณฑะเลย์ ตองยี ทะเลสาบอินเล สามารถเดินทางไปเที่ยวได้สะดวก มีความพร้อมทั้งในเรื่องที่พัก อาหาร และยานพาหนะ
2.ชั้นนอก ได้แก่ เชียงตุง ปูเตา อาระกัน มะริด มะละแหม่ง พระธาตุอินทร์แขวนไจก์ทิโย เดินทางไปเที่ยวได้ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่พร้อมเท่าที่ควร
3.ชายแดน ได้แก่ ท่าขี้เหล็กตรงข้ามแม่สาย จ.เชียงราย เมียวดีตรงข้ามแม่สอด จ.ตาก พญาต่องซูตรงข้ามด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี เกาะสองตรงข้ามท่าเรือ จ.ระนอง มอร์ด่องตรงข้ามด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถเดินทางได้สะดวกจากฝั่งเขตแดนไทย แต่ยังไม่สามารถเดินทางต่อไปยังย่างกุ้งหรือมัณฑะเลย์ได้เพราะถนนยังไม่ดี และความปลอดภัยยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์นัก เพราะยังมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่
ลักษณะของการท่องเที่ยวในพม่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม พาชมวัด นมัสการพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระนอน ชมพระราชวังและพิพิธภัณฑ์ สัมผัสงานศิลปะ ดูงานประเพณีและวิถีชีวิตของผู้คน จึงไม่ค่อยเน้นความสนุกบันเทิง เที่ยวสถานรื่นรมย์ที่มีแสงสีทันสมัย

ข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวพม่า มีดังนี้คือ
1.เครื่องแต่งกาย ศาสนสถานในพม่าทุกแห่ง ห้ามสวมกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นเข้าไป สุภาพสตรีสวมกางเกงขายาวได้ บางแห่งจะมีบริการเช่าผ้าถุงหรือโสร่ง สวมทับกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น รวมทั้งยังต้องถอดหมวก ถอดแว่นดำก่อนที่จะเข้าไปด้วย
2.รองเท้า ทุกคนต้องถอดรองเท้าทุกชนิดก่อนเข้าเขตศาสนสถาน ตั้งแต่รั้วด้านนอก ถุงเท้า ถุงน่องก็ห้ามใส่เข้าไป ต้องเดินเท้าเปล่า และเป็นธรรมเนียมที่เคร่งครัดมากแต่สมัยโบราณ หากฝ่าฝืนชาวพม่าจะเข้ามาตักเตือนด้วยความไม่พอใจ ควรเตรียมทิชชู่เปียกเอาไว้เช็ดเท้าทุกครั้งเวลาออกจากศาสนสถานตอนกลับมาถึงรถ เพราะวันนึงอาจเดินเท้าเปล่าหลายรอบ บริษัทมีผ้าเย็นเตรียมไว้บริการ แต่ในกรณีหากท่านต้องการใช้เพิ่มเติมก็ควรเตรียมไปด้วย
3.การถ่ายรูป วีดีโอ บางแห่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียม บางแห่งห้ามถ่าย เช่น ช้างเผือกคู่บ้านคู่เมือง พิพิธภัณฑ์ย่างกุ้ง ต้องฝากกล้องเอาไว้กับเจ้าหน้าที่ก่อนจะเข้าไป
4.ศาสนสถานบางแห่งอาจห้ามสุภาพสตรีเข้าไปในเขตหวงห้าม เช่น ห้ามขึ้นไปปิดทองที่องค์พระมหามุนี มัณฑะเลย์ หรือที่องค์พระธาตุอินทร์แขวน(ไจก์ทิโย) หรือที่เขตห้ามเข้าองค์พระมหาเจดีย์ชเวดากองและองค์พระเจดีย์ชเวซิกอง
5.เงินสด โดยทั่วไปจะไม่รับเงินบาทไทย ให้แลกกับไกด์ท้องถิ่นหรือบริษัททัวร์ได้ และถ้าแลกกับธนาคารจะได้อัตราทางการ แพงกว่าที่แลกกับบริษัททัวร์ หรือร้านค้าใหญ่มากหลายเท่าตัว ข้อควรระวัง อย่าแลกเงินกับชาวบ้านที่เข้ามาขอแลก เพราะอาจจะได้รับเงินปลอม เงินที่ยกเลิกไปแล้ว และถูกตำรวจจับอีกด้วย ท่านใดต้องการแลกเงินพม่ากรุณาแจ้งจำนวนไว้ที่บริษัททัวร์เพื่อทางบริษัทจะแจ้งให้ทางพม่าเตรียมเงินจ๊าดไว้ให้เพียงพอ อัตราแลกเปลี่ยน 1 Bath = 25 Kyats ,1 USD = 833 Kyats
** แบงค์ดอลล่าร์หากมีรอยพับทางพม่าจะไม่รับ**  คิดง่ายๆ 1,000 จ๊าดจะประมาณ 40 บาท ใช้แบงค์พันจะง่ายและคล่อง ส่วนแบงค์เล็กๆเค้าจะไม่ค่อยมีทอน สวนใหญ่ก็จะมี 1000,500 แต่แบงค์ 300,100,50 จะหายากตามที่ทั่วๆไป
6.เครื่องประดับ ของมีค่าต่างๆควรติดตัวไปให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพราะจะเกิดความยุ่งยากในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเวลาเข้าเมือง และต้องแสดงว่าอยู่ครบเวลาจะเดินทางกลับจากพม่า หากอยู่ไม่ครบต้องเสียภาษีทันที เพราะศุลกากรพม่าจะถือว่านำไปขายต่อให้กับคนพม่า นอกจากนี้ยังเป็นภาระในการดูแลรักษา ล่อตาล่อใจมิจฉาชีพอีกด้วย
7.ยารักษาโรค ควรนำไปให้พร้อมและเพียงพอตามระยะเวลาเดินทาง เพราะในพม่า การแพทย์ สุขอนามัย และยารักษาโรค ยังขาดแคลนและไม่ทันสมัย
8.วัตถุโบราณ (Antique) บางประเภทเป็นสิ่งต้องห้ามจำหน่ายและนำออกนอกประเทศ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อ และถ้าซื้อต้องมีใบเสร็จและใบอนุญาตนำออกอย่างถูกต้องจากทางร้านค้า รวมทั้งสินค้าอัญมณีบางชนิดด้วย หากไม่แน่ใจ ไม่มีความรู้ และความเชี่ยวชาญ ควรถามหัวหน้าทัวร์หรืองดเว้นการซื้อ
9.ระบบการจราจรในพม่ากำหนดให้ขับรถชิดเลนขวาตรงข้ามกับไทย เพราะฉะนั้นเวลาข้ามถนนต้องดูให้ดีและรอบคอบ
10.หญิงบริการ พม่าเป็นประเทศสังคมนิยมปกครองโดยรัฐบาลทหาร ทั้งยังมั่งคั่งไปด้วยศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวบ้านผู้รักสงบและสันโดษ จึงเป็นการไม่เหมาะที่จะถามหาหญิงบริการ เพราะกฎหมายพม่ารุนแรงจับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

11.ต้องเตรียมกระเป๋าใบเล็ก 1 ใบเพื่อใส่เสื้อผ้า ของมีค่าและของใช้จำเป็น เพื่อใช้สำหรับคืนที่จะขึ้นเขาไปพระธาตุอินทร์แขวน ควรเตรียมจัดไว้ในเวลาก่อนนอนของคืนก่อนจะถึงวันขึ้นพระธาตุและยัดใส่กระเป๋าใบใหญ่ไว้ เมื่อเราขึ้นเขา กระเป๋าใบใหญ่จะต้องทิ้งไว้ในรถโค้ชและเปลี่ยนใช้รถหกล้อเล็กขึ้นไปแทน เนื่องจากทางขึ้นเขาเล็กและลาดชัน จากนั้นต้องเดินทางต่อโดยเสลี่ยงโดยคนหาม 4 คนต่อ 1 เสลี่ยงและ 1 ท่านหากท่านมีน้ำใจก็ทิปพวกเขาได้ตามแต่น้ำใจ ซึ่งส่วนใหญ่ขาขึ้นคนละ 1,000 จ๊าดรวม 4,000 จ๊าด และขาลงเจ้าเดิมจะจำเราได้และกลับมารับในตอนเช้า เราก็ทิปเขาอีกรอบคนละ 1,000 จ๊าด ซึ่งท่านอาจให้มากให้น้อยกว่านี้ หรือจะไม่ให้เลยก็ตามแต่เห็นสมควร แต่ค่าเสลี่ยงคนละ 25-30 USD ทางบริษัทได้จ่ายให้เรียบร้อยแล้ว ท่านไม่ต้องชำระไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น สัมภาระควรเอาไปให้น้อยและเบาที่สุดเพราะจะสะดวกทั้งคนหามและคนนั่งเสลี่ยง (ข้างบนอากาศเย็นควรเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตบาง ๆ ไฟฉาย เอาไว้ใช้ตอนเดินกลับจากพระธาตุอินทร์แขวนหากท่านไปนั่งสมาธิตอนกลางคืน)

12.อุณหภูมิประมาณ 20-32 องศาเซลเซียส โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกับประเทศไทย เวลาช้ากว่าเมืองไทย ครึ่งชั่วโมง

13.กิจกรรมทางการเมืองในพม่า หรือการพูดคุยเกี่ยวกับการเมืองควรหลีกเลี่ยงทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

14. ไฟฟ้า ที่ประเทศพม่าใช้ไฟฟ้า 220 โวลท์ เหมือนประเทศไทย ใช้ปลั๊กแบบสองขาเหมือนกัน
15.
บริษัทมีน้ำดื่มบริการ หากท่านใดต้องการน้ำดื่มเพิ่มเติมกรุณาแจ้งได้ที่หัวหน้าทัวร์

16. ควรเตรียมร่มที่พกง่าย เล็ก และพับเก็บสะดวกไปด้วย เพราะยังอยู่ในฤดูฝน อาจมีบางที่ฝนยังตก  

 



ผู้ตั้งกระทู้ Admin :: วันที่ลงประกาศ 2010-08-07 23:58:24 IP : 124.121.27.4


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2011 All Rights Reserved.