ReadyPlanet.com
dot dot
dot
PHOTO GALLERY
dot
bulletPictures of Our Trip
dot
บริการของเรา
dot
bulletจองตั๋วเครื่องบิน
bulletตามรอยพระพุทธเจ้า
bulletสักการะเทพฮินดู
bulletของฝากจากแดนภารตะ
bulletWebboard
dot
เก็บเอามาเล่าสู่่กันฟัง
dot
bulletรีวิวทริปสังเว-เนปาลปี08
bulletภาพทริปดาร์จีลิ่งกับ BNB
bulletมรดกโลกในอินเดีย
bulletไปเที่ยวถ้ำอชันต้าที่มุมไบ
bulletช้อบปิ้งอะไรดีที่เนปาล
dot
ใบจองทัวร์/สมัครเรียน/สั่งซื้อสินค้า
dot
bulletดาวน์โหลดใบจองทัวร์
bulletกรอกใบจองทัวร์ออนไลน์
bulletดาวโหลดใบสมัครเรียนอินเดีย
bulletใบสมัครเรียนอังกฤษระยะสั้น
bulletใบสมัครเรียนต่ออินเดีย
bulletสั่งซื้อหิมาลายาออนไลน์
dot
Our Newsletter ต้องการรับข่าวสารใหม่ๆจากเรา ใส่อีเมลล์ไว้ที่นี่นะคะ

dot


The Association of Thai Travel Agents
ใบอนุญาตุประกอบธุรกิจนำเที่ยว
BNB TRAVEL CENTER
ตรวสอบวถานะ EMS และไปรษณีย์ลงทะเบียน


เลห์ - ลาดัคห์ article

                                                                                      

  ลาดัคห์ ทิเบตน้อยแห่งเทือกเขาหิมาลัย 

 

              หลังปี ค.ศ. 1974 เมื่อรัฐบาลอินเดีย ตัดสินใจเปิดดินแดนลาดักทางตอนเหนือสุดของประเทศ อันเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะมีพื้นที่ชายแดนติดกับจีน และปากีสถาน ให้เป็นเขตท่องเที่ยว โลกภายนอกจึงได้รู้จักกับชุมชนลับแลหลังเทือกเขาหิมาลัย ที่ต่อมาถูกขนานนามว่า "Moonland--โลกพระจันทร์" หรือ "ทิเบตน้อย" แห่งนี้ ลาดักมีอาณาเขตติด จีน ปากีสถาน และรัฐหิมาจัลประเทศของอินเดีย มีแม่น้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะและธารน้ำแข็งในฤดูร้อนไหลผ่าน เมื่อนครรัฐลาดักสถาปนาขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 14 ศาสนาพุทธในอินเดียตะวันออก ได้เข้าสู่ยุคของตันตรยานแล้ว ลาดักได้รับอิทธิพลของตันตรยานและวัชรยานจากแคว้นแคชเมียร์และทิเบตพุทธนิกายสุดท้ายที่เกิดขึ้นและรุ่งเรืองอยู่ในอินเดียตะวันออก กล่าวกันว่า ด้วยภูมิประเทศอันเปรียบเสมือนป้อมปราการที่แข็งแกร่ง จึงช่วยให้พุทธศาสนายังคงดำรงอยู่ในลาดัก ขณะที่แว่นแคว้นอื่นในชมพูทวีป ถูกกองทัพผู้บุกรุกทำลายลงจนหมดสิ้น ลาดักเคยเป็นรัฐอิสระปกครองโดยกษัตริย์มานานกว่า 1,000 ปี เป็นที่อยู่ของชนเผ่าเร่ร่อนที่อพยพมาจากที่ราบสูงทิเบต

                

               เลห์ (Leh) เมืองหลวงของลาดัก เป็นเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมะ บนความสูงระดับ 3,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล นานนับหลายศตวรรษมาแล้ว ที่เลห์จัดเป็นดินแดนอันยากแก่การเข้าถึง แม้ทุกวันนี้จะมีถนนสายมะนาลีและศรีนาการ์ รวมทั้งเครื่องบินตรงสู่เลย์ แต่ก็สามารถเปิดรับนักเดินทางได้เฉพาะช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน เพราะตลอดเวลาที่เหลือ ทั่วทั้งดินแดนจะปกคลุมด้วยหิมะหนาวเหน็บต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง วันนี้เลห์เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของนักเดินทางจากทุกมุมโลก การหลั่งไหลของวัฒนธรรมนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่คนพื้นเมืองเป็นอย่างมาก แต่เสน่ห์แห่งความเป็น เลห์ ก็ยังคงดำรงอยู่

          

              คำทักทายที่เราจะต้องได้ยินอีก 5,000 ครั้งระหว่างอยู่ที่นี่ "Jullay" (อ่านว่า จู-เล) คำว่า "จูเล" มีความหมายตั้งแต่ สวัสดีตอนเช้า สวัสดีตอนบ่าย สวัสดีตอนกลางคืน ลาก่อน ขอบคุณ อร่อย ฯลฯ พูดเป็นคำเดียวก็อยู่ที่นี่ได้แล้ว มีอะไรก็ "จูเล" ไว้ก่อน ที่นี่เป็นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก การเดินทางมาโดยเครื่องบิน จะทำให้ร่างกายเราปรับตัวไม่ทัน อากาศที่นี่มีอ๊อกซิเจนเบาบางประมาณ 60 %ของปกติเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เราเหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก อาจนำมาซึ่งอาการ High Altitude Sickness หรือโรคแพ้ที่สูงได้ บางคนเป็นน้อย บางคนเป็นมาก การอยู่ในสภาวะเช่นนี้ เราต้องดื่มน้ำ และพักผ่อนมาก ๆ เวลาทำอะไรต้องช้า ๆ ห้ามออกแรงหักโหม ควรงดเว้นการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์

                  

             สถานที่น่าสนใจของที่นี่ก็มีวัดหลายที่ด้วยกัน ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นโรงเรียนของเณรหรือลามะน้อย คำว่า Gompa จะหมายถึงวัดของที่นี่ วัดเกือบทุกที่จะมีคำว่า Gompa ต่อท้ายเสมอ พระลามะนั้นจะมีชื่อเรียกแยกกันระหว่างลามะผู้ใหญ่ และลามะเด็ก ๆ ลามะเด็กจะเรียกว่า"เกซุล " ส่วนลามะผู้ใหญ่ เรียกว่า " เกลง "(สงสัยจะพี้ยนมาจาก "แก่ลง"รึเปล่าไม่ทราบ)

             Likir(ลิเกีย)เป็นวัดใหญ่มีลามะและเณรเป็นจำนวนมาก จุดสำคัญที่คนมาเยี่ยมชมวัดนี้ก็คือมีพระพุทธรูปกลางแจ้งขนาดใหญ่มองเห็นได้จากระยะไกล

                      

             วัดติกเซ (Thikse temple)Thiksey เป็น monastery ที่มีสีสันสวยงามกว่าที่อื่นๆ ทาสีแดงเหลือง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่บนยอดเขา มีสิ่งน่าสนใจมากมายทั้งสถาปัตยกรรมและศิลปะ มีพระโพธิสัตว์ปางประทับนั่งขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ บ้างก็ว่าเป็นพระศรีอาริย์เมตไตร บ้างก็ว่าเป็นพระอวโลกิเตศวร แต่ยังไงก็สำคัญและศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันหมด มีห้องสมุดที่งดงาม เต็มไปด้วยคัมภีร์โบราณทางพุทธศาสนามากมาย วัดแห่งนี้ยังมีการคัดลอกตำราพุทธศาสนาใหม่อยู่ตลอดเวลา ติกเซเป็นวัดพุทธตันตรยานนิกายหมวกเหลืองเกลุกปะ ซึ่งเคร่งครัดในเรื่องพระวินัย และการศึกษาปรัชญาศาสนา เช่นเดียวกับฝ่ายเถรวาท แต่มุ่งไปยังโพธิสัตว์บารมีเพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารอย่างมหายาน มีข้อห้ามใช้อำนาจเวทมนต์ในทางที่ผิดพระต้องละเว้นจากการแต่งงาน และห้ามเสพเมถุนวัดติกเซ เป็นโรงเรียนสงฆ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในลาดัก ที่ให้ความรู้ทั้งทางธรรมและทางโลก

                   

             วัดเฮมิส (Hemis) เป็นวัดทิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีเป็นวัดที่ใหญ่และรวยที่สุดในลาดัค มีวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ได้ถึงแม้ลาดัคจะผ่านสงครามมาก เพราะวัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับในทำเลที่ยากจะหาเจอในอดีต จึงสามารถรักษาวัตถุโบราณและวัดก็ไม่ได้ถูกทำลาย ยังคงความสวยงามเช่นปัจจุบัน วัดนี้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17โดยพระเจ้าเซงกีผู้สร้างพระราชวังเลห์ เป็นที่เก็บทังคาพระปทุมสมภพอายุมากกว่า 300 ปี สมบัติล้ำค่าของชาวพุทธลาดัก เดือนมิถุนายนของปีวอก จะมีประเพณีบูชาทังคา ฉลองปีเกิดพระปทุมสมภพที่เวียนมาบรรจบทุกๆรอบนักษัตรเป็นงานสำคัญสำหรับชาวพุทธลาดักและทั่วโลก จะมีการเต้นรำหน้ากากที่ใหญ่สุดเป็นประจำทุกปีประมาณช่วงเดือนมิถุนายน ในปี 2551 นี้ก็จะเป็นช่วง 8-12 กรกฎาคม ซึ่งบริษัทเราจัดไปชมเทศกาลนี้ด้วยเช่นกัน

                                    

                  เจดีย์ชานติ (Shanti Stupa) เจดีย์ ชานติเป็นเจดีย์สันติภาพ สร้างโดยพระลามะชาวญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ และพระราชวังเลห์ได้อย่างชัดเจน ...องค์ดาไลลามะได้เสร็จมาเป็นประธานสมโภชองค์เจดีย์ด้วย ว่ากันว่า จากองค์เจดีย์เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามตระการตามาก ชาวพุทธนิกายมหายานแบบทิเบต มีความเชื่อว่าธงมนต์ถ้านำไปติดไว้ตามที่สูง เมื่อสายลมพัดผ่านสายลมจะนำพาพร ความโชคดี ความสุขจากบทสวดมนต์ไปยังดินแดนที่ลมพัดผ่าน ดังนั้นเราจะเห็นธงมนต์ตามยอดเขา หลังคาวัด แม้กระทั่งหลังคาบ้าน

                   

                 Leh Palace ที่อยู่ด้านล่างของ Namgyal Tsemo Gompa พระราชวังเลห์เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่กลางเมืองเลห์ (เขตเมืองเก่า) มีความสูง 9 ชั้น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1630 รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นอาคารทรงสอบเข้า (ผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน) เหมือนพระราชวังโปตาลา แต่ที่นี่สร้างก่อนพระราชวังโปตาลา พระราชวังนี้เดิมเป็นที่อยู่ของพระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์ ก่อนที่จะถูกเนรเทศไปยังพระราชวัง Stok  ในปี ค.ศ. 1830 ปัจจุบันพระราชวังอยู่ในการบูรณะโดยกรมศิลปากรอินเดีย ตามฝาผนังในห้องต่าง จะมีภาพวาดเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับศาสนา (Fresco) และนอกจากนั้นภายในราชวังยังเก็บคัมภีร์เก่าแก่ที่สำคัญทางศาสนาไว้มากมาย

                

                ทะเลสาบพันกองหรือเรียกในภาษาถิ่นว่า Pangong Tso เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก สูงจากระดับน้ำทะเล14,256ฟุตไปแปลงหน่วยเป็นเมตรเอาเองละกันนะคะ ที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน เมื่อมีการยกตัวของเปลือกโลกเลยกลายมาเป็นทะเลสาบน้ำเค็ม ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ใน 2 ประเทศคือ จีน 75% และอินเดีย 25% ในทะเลสาบก็มีปลา ที่เห็นก็เป็นตัวเล็กๆ ไม่มีแมงกระพรุนน้ำจืดแบบที่ Palau หรือ Kakaban ถึงมีก็คงไม่มีใครโดดลงไปดู น้ำมันเย็นมาก เอาขาลงไปแช่ยังชาไปหมด แต่ความสวยงามของที่นี่ ขอบอกว่าสวยแบบต้องกลับมาอีกหรือไม่ก็ต้องหมดฟิล์มถ่ายรูปกันไปแบบแทบไม่อยากเหลือไว้ถ่ายที่อื่นเลยทีเดียว

                                  

                 Kardungla Pass และ Changla Pass เป็นจุดที่สูงที่สุดในโลกที่รถสามารถไปถึงได้ และ Changla pass เป็นจุดที่สูงเป็นอันดับสามในโลก ซึ่งถ้าเราไปลาดัคห์มีหรือที่เราจะพลาดในการเก็บภาพสถิติของบรรดานักย่ำโลกทั้งหลาย เอาไว้ไปโชว์คนทางบ้านให้อิจฉากันเล่นๆ

                                         

                 Treking in Ladakh เรามีบริการสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ชอบฟิวส์ลุยๆ มาลาดัคห์ทั้งหน้าหนาวและหน้าหนาวน้อย(เป็นคณะ 4-5 ท่านขึ้นไป) เพื่อเที่ยวแบบนักสำรวจ กางเต๊นท์ ผจญภัย ไปหามุมถ่ายภาพที่สวยๆ แปลกๆ แต่ปลอดภัย หรือไปถ้ำน้ำแข็งที่แม่น้ำ Zanskar river เชิญสอบถามและขอรายละเอียดได้ค่ะ จริงๆแล้วลาดัคห์เป็นสถานที่มหัศจรรย์ ที่บางคนอาจจะมองว่าลำบาก แต่ พอไปแล้วแทบทุกคนจะบอกว่ายังไม่อยากกลับเลย ทุ๊กทีสิน่า

                       

                            




ไปเที่ยว อินเดีย ... ที่ไหนดี

ฤาษีเกศ-ฮาริดวา article
ดาร์จีลิ่ง-สิกขิม
ธรรมศาลา แดนดาไลลามะ article



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
บริษัท บีเอ็นบี ทราเวล เซ็นเตอร์ แอนด์ เทรด จำกัด
BNB TRAVEL CENTER & TRADE.Co,.Ltd
99/390 Rattanathibet17 Bangkrasaw Muang Nonthaburi 11000
Tel.02-965-5217-8,02-679-4509,02-679-4255
Fax.02-965-5218 Email : bnbtravelcenter@hotmail.com