ReadyPlanet.com
dot dot
dot
PHOTO GALLERY
dot
bulletPictures of Our Trip
dot
บริการของเรา
dot
bulletจองตั๋วเครื่องบิน
bulletตามรอยพระพุทธเจ้า
bulletสักการะเทพฮินดู
bulletของฝากจากแดนภารตะ
bulletWebboard
dot
เก็บเอามาเล่าสู่่กันฟัง
dot
bulletรีวิวทริปสังเว-เนปาลปี08
bulletภาพทริปดาร์จีลิ่งกับ BNB
bulletมรดกโลกในอินเดีย
bulletไปเที่ยวถ้ำอชันต้าที่มุมไบ
bulletช้อบปิ้งอะไรดีที่เนปาล
dot
ใบจองทัวร์/สมัครเรียน/สั่งซื้อสินค้า
dot
bulletดาวน์โหลดใบจองทัวร์
bulletกรอกใบจองทัวร์ออนไลน์
bulletดาวโหลดใบสมัครเรียนอินเดีย
bulletใบสมัครเรียนอังกฤษระยะสั้น
bulletใบสมัครเรียนต่ออินเดีย
bulletสั่งซื้อหิมาลายาออนไลน์
dot
Our Newsletter ต้องการรับข่าวสารใหม่ๆจากเรา ใส่อีเมลล์ไว้ที่นี่นะคะ

dot
bulletรวมเวบธรรมะดีๆ


The Association of Thai Travel Agents
ใบอนุญาตุประกอบธุรกิจนำเที่ยว
BNB TRAVEL CENTER
ตรวสอบวถานะ EMS และไปรษณีย์ลงทะเบียน


ตามรอยพระพุทธเจ้า

                                                                              

 

บริษัทบีเอ็นบีทราเวล ขอโอกาสรับใช้พระเดชพระคุณ พระมหาเถรานุเถระ อุบาสกอุบาสิกา และพุทธบริษัททุกๆท่านในการแสวงบุญ ณ แดนดินถิ่นพุทธภูมิ สู่สังเวชนียสถาน

 

           ปัจจุบันมีชาวพุทธผู้ศรัทธา เริ่มเดินทางไปกราบนมัสการ พุทธสังเวชนียสถานที่ประเทศ อินเดีย - เนปาล เพิ่มมากขึ้นทุกปี และก็มีคำถามตามมาว่า ทำไมต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปไหว้พระถึงประเทศ อินเดีย ซึ่งถ้าหากใจศรัทธาต่อคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องไปไหว้พระถึงประเทศ อินเดีย เพราะสถานที่ไหว้ ที่ทำบุญ มีอยู่ในประเทศไทยมากมาย ทำไมต้องไปถึงประเทศ อินเดีย ให้เสียเงินเสียทองเสียเวลาเปล่าประโยชน์

                                                                               

           ในฐานะที่คุณ ณัฏฐณิชา กรรมการผู้จัดการของบริษัท ได้นำคณะพุทธบริษัทและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือไปสักการะสังเวชนียสถานมาหลายต่อหลายครั้ง และได้อธิษฐานจิตขณะกราบพระบาทพระปฎิมาปางปรินิพพาน ณ เมืองกุสินารา และที่เบื้องหน้าพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึง ณ พระแท่นวัชรอาสน์ ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์สถานที่ตรัสรู้ ณ แผ่นดินพุทธภูมิไว้ว่า "อยากจะกลับมาอีกหลายๆครั้ง และขอให้ได้มีโอกาสพาพ่อกับแม่มาสักการะสักครั้งหนึ่งในชีวิต และจะขอช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนา ในการนำพาพุทธศาสนิกชนมากราบสักการะสังเวยนียสถานและสถานที่ที่เป็นบุญเขตของเหล่าชาวพุทธบริษัท ณ ดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา และจะยึดมั่นในพระรัตนตรัยจนกว่าชีวิตจะหาไม่ " ตอนนี้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผลดังปราถนาแล้ว เราจึงอยากให้ผู้อื่นได้สัมผัสความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้อย่างเราบ้าง ปณิธานของบริษัทเราได้ตั้งใจว่าจะจัดคณะแสวงบุญเพื่ออริยทรัพย์ไม่ใช่เพื่อทรัพย์ทางโลก ทรัพย์ในทางโลกเราสามารถหาได้จากทริปท่องเที่ยวอื่นอีกหลายทริป เพราะฉะนั้นทริปที่เราจัดกันจะต้องพาคณะแสวงบุญแบบสบายและประทับใจ และเน้นบุญจริงๆ รายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่าย ทางเราจะนำไปร่วมทอดผ้าป่าให้กับวัดไทยในแดนพุทธภูมิ และเรามีโครงการที่จะนำเงินส่วนหนึ่งมาทำบญกับผู้ที่ต้องการไปแสวงบุญหรือพระเถรานุเถระที่มีความศรัทธาจะไปเยือนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์นี้แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรืออุบาสก,อุบาสิกาท่านใดที่มีความประสงค์จะไป ได้ทราบข่าวโครงการนี้ของบริษัทเรา สามารถส่งเรื่องราว ประวัติส่วนตัวที่เราสามารถตรวจสอบได้ว่าพระเถระ หรือบุคคลที่ท่านเห็นว่าสมควรจะได้รับทุนในโครงการนี้มาที่บริษัทเรา เมื่อผ่านการตรวจสอบและการไปเยี่ยมเยียนจากเจ้าหน้าที่ของเราว่ามีศรัทธาแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จริงๆ เราจะประกาศในเวบไซต์ของเราให้ท่านทราบต่อไป แต่จะสงวนในการเปิดเผยต่อคณะในการเข้าร่วมเดินทางเพื่อสิทธิส่วนบุคคลของท่านนั้นๆ ผลบุญในส่วนนี้จะสามารถช่วยผลักดันความก้าวหน้าให้ธุรกิจของเรามากกว่าการไปเอากำไรจากศรัทธาของท่านหลายเท่านัก ฉะนั้นเราจึงขอโอกาสให้เหตุผลเกี่ยวกับว่าทำไมเราต้องไปไหว้พระที่อินเดียแก่บางท่านที่สงสัยดังต่อไปนี้ 

           1. เพราะอินเดียเป็น แผ่นดินที่ให้กำเนิด พระพุทธศาสนา การที่เราจะมาบำเพ็ญบุญ สร้างบารมี ถ้าจะให้พลังและบารมีเจริญได้เต็มที่ก็ต้องมา อินเดีย แดนชมพูทวีป อันเป็นแดนกำเนิด ต้นกำเนิดแห่งพระพุทธศาสนานั่นเอง เปรียบดังการบำรุงต้นไม้ ก็ต้องรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยที่รากต้นไม้จึงจะเจริญ งอกงาม ผู้ศรัทธาที่มีสิทธิ์เลือกจึงเลือกที่จะมาไหว้พระ ณ สถานที่จริง ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต            

             2.พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในอดีตระหว่างบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ก็มาบำเพ็ญบารมีที่แผ่นดินชมภูทวีปแห่งนี้ การเดินทางมาอินเดีย จึงเท่ากับว่าเป็นการเดินตามรอยพระพุทธเจ้า ได้สัมผัสถึงบรรยากาศการบำเพ็ญบารมี การแจกทาน การปกครอง ชมวรรณะตามแบบอย่างพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย

             3. การที่เราฟังพระเทศน์ก็ดี สวดมนต์ก็ดี อ่านตำราทางพระพุทธศาสนา หรือศึกษาพระไตรปิฎกทั้งเรื่องพุทธศาสนา พุทธประวัติ ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศอินเดียในอดีตแทบทั้งสิ้น ถ้าได้มาพบ มาเห็นสถานที่จริงก็จะรู้และเข้าใจได้อย่างไม่ต้องจินตนาการและนับว่าเป็นเรื่องน่าศร้าใจยิ่งนัก ถ้าหากผู้ที่บรรยายเรื่องพระพุทธประวัติ เรื่องพระพุทธศาสนา หรือเรื่องพรรณบท ไม่เคยพบ ไม่เคยได้เห็น แดนที่กำเนิดขึ้นแห่งพระพุทธศาสนา ได้แต่สร้างภาพและจินตนาการตามคำภีร์ และตำราที่เรียนรู้มา ซึ่งความเป็นจริงแล้วต่างกันโดยสิ้นเชิง

                 4. ได้สัมผัสความรู้สึกที่เกิดจากใจ ความรู้สึกที่มิอาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ บางท่านเกิดความเอิบอิ่มใจ เกิดปีติ น้ำตาไหลโดยที่ไม่รู้สาเหตุ ความรู้สึกเหล่านี้เกิดจากใจ อันเป็นความรู้สึกจากภายใน ซึ่งความรู้สึกนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อได้มาสัมผัสด้วยใจตนเอง ณ สถานที่จริงๆ เท่านั้น

             5.เนื้อความในมหาปรินิพพานสูตร ก่อนที่พระพุทธองค์จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานพระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า “ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังสังเวชนียสถาน 4 สถานเหล่านั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใส ชนเหล่านั้นทั้งหมด เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์” ซึ่งเป็นพระดำรัสตรัสฝากไว้ให้พุทธศาสนิกชนผู้ระลึกถึงพระองค์ได้เดินทางมากราบสักการะสถานที่ประสูติ ที่ตรัสรู้ ที่ทรงแสดงปฐมเทศนาและที่เสด็จขันธ์ปรินิพพาน และทรงรับรองว่า หากท่านทั้งหลายเหล่านั้นได้มากราบสถานที่เหล่านี้ด้วยจิตเลื่อมใสศรัทธาแล้ว ย่อมมีสุคติคือโลกสวรรค์เป็นโลกเบื้องหน้า ก็เท่ากับว่าท่านที่เดินทางมาไหว้พระที่อินเดีย ได้สร้างหลักประกันให้กับตนคือ การประกันด้วยโลกสวรรค์เป็นภพเบื้องหน้าไว้ในจิตใจตนเองนั่นเอง

             6.ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธที่มีความศรัทธาในบวรพุทธศาสนา หากมีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ควรจะได้เดินทางไปแสวงบุญ ณ สถานที่ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เราได้รู้ ได้เห็น ได้เข้าใจ ได้รับความสงบ รวมทั้งได้รับความสุขกายสุขใจ ที่ไม่อาจจะพรรณนาเป็นตัวหนังสือได้ ท่านต้องสัมผัสรับรู้ด้วยตัวของท่านเองและพระพุทธศาสนาได้กำเนิดขึ้นอย่างไรในประเทศอินเดีย ที่กล่าวอ้างไว้ในพุทธประวัติถึงที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และสถานที่ดับขันธ์ปรินิพพาน เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยหรือไม่?

              ยสกุลบุตรพบพุทธองค์ก็เพราะออกจากบ้าน...ท่านสารีบุตรพบท่านอัสสชิก็เพราะออกเสาะหาอาจารย์…พระพุทธศาสนาแผ่ขยายทั่วชมพูทวีปได้ก็เพราะพระพุทธดำรัส  “จะระณะ ภิกขะเว จาริกัง พะหุชะนะหิตายะ พะหุชะนะสุขายะ!!  ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวไป เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก

       การค้นพบสัจธรรมแห่งชีวิต จึงเกาะเกี่ยวร้อยรัดอยู่กับการออกเดินทางแสวงหาแทบทั้งสิ้น,,,คงมิอาจปฏิเสธได้ว่า นี่เป็นผลพวงแห่งการเดินทางโดยแท้…หากเปรียบเทียบระหว่างเวลาและทุนทรัพย์เพียงเล็กน้อยที่ท่านเสียไป กับสิ่งที่ท่านจะได้รับไป คือ ผลอันเป็นความสุข ปลื้มปีติ อิ่มใจ จากการเดินทางไปกราบสักการะพุทธสถาน ณ ดินแดนพุทธองค์ด้วยจิตที่เลื่อมใสศรัทธาแล้ว สองประการนี้ ย่อมมิอาจเทียบคำกันได้ ด้วยประการทั้งปวง.....

   "The traveler sees what he sees,the tourist sees what he has come to see" ....

 ผู้ที่มาอินเดียได้ควรจะมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. มีศรัทธาความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา สั่งสมบุญสร้างบารมี มีศรัทธามั่นคงต่อพระรัตนตรัย อย่างต่อเนื่อง จนระดับจิต ระดับศรัทธาหนุนนำให้อยากไปไหว้พระที่อินเดีย
2. มีทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง
3. มีเวลา คือสามารถจัดระเบียบชีวิตให้กับตนเอง จัดสรรเวลา วางธุรกิจเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อจัดเตรียมจิตใจไปไหว้พระที่อินเดีย
4. มีสุขภาพดี คือความพร้อมทางด้านร่างกาย ที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีโรคาพาธ
5. มีผู้นำ ที่ให้คำแนะนำ และจัดโปรแกรมการเดินทาง เป็นภาระในการเดินทางให้

      เตรียมข้อมูล-ภาษา
       ภาษาที่จำเป็นมากอันดับหนึ่งก็คือ ภาษาอังกฤษ เพราะต้องใช้ติดต่อสื่อสารทั้งเอกสารและสื่อภาษา คนอินเดียส่วนใหญ่พูดอ่านอังกฤษได้ และภาษาฮินดีซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น ถ้ารู้ไว้บ้างก็จะเป็นการดี
      เตรียมการแต่งกาย
       อินเดียเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ ผู้คนมีลักษณะความเป็นชาตินิยมสูง โดยเฉพาะรัฐพิหารและรัฐยูพีที่มีพุทธสถานตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก การแต่งกายมีเอกลักษณ์ความเป็นอินเดียชัดเจนคือ ผู้ชายนุ่งผ้าโธตี สตรีแต่งงานแล้วก็จะนุ่งส่าหรีและทาสีฝุ่นแดงแสกกลางกระหม่อมเป็นสัญลักษณ์ ส่วนสาวโสดก็ใส่ชุดปัญจะบีร์น้อยคนจะนุ่งเสื้อยืดกางเกงยีนส์หรือห่มน้อยปล่อยมากเหมือนที่มีให้เห็นเยอะแยะในบ้านเรา ฉะนั้นก็ควรเตรียมเครื่องแต่งกายที่ไม่นำสมัยจนกลายเป็นเป้าสายตาของอาบังและไม่บังทั้งหลาย หรือหากจะมีชุดอินเดียใส่ในช่วงระหว่างการเดินทางก็จะช่วยสร้างความกลมกลืนและปลอดภัยไปหลายเรื่อง ขอเน้นว่า เครื่องประดับควรงดติดตัวไป เพราะคิดว่าท่านคงไม่ได้ไปออกร้านโชว์อัญมณีที่อินเดียแน่…

               เตรียมอาหาร-อุปกรณ์
       ประชาชนชาวอินเดียกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์นิยมมังสวิรัติ และอาหารก็ค่อนข้างจะออกไปทางมันๆ รสชาติไม่ค่อยถูกปากสำหรับผู้มาใหม่ ควรมีน้ำปลาหรือน้ำพริกเผาติดตัวไปบ้างก็ดี หรือไม่ก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเผื่อเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้าไปกับบริษัทเรา อาหารไทยเรามีจัดบริการบางมื้อ รวมทั้งบริษัทยังมีมาม่า หมูแผ่น หมูทุบ และอาหารพิเศษไว้บริการลูกทัวร์ด้วย
       น้ำดื่มควรดื่มน้ำแร่ที่บรรจุขวดซึ่งมีขายทั่วไป ส่วนน้ำแข็งถ้าไม่ใช่ที่โรงแรมระดับห้าดาวก็อย่าก็อย่าถามหา และไม่สะอาดพอที่จะดื่ม
       สำหรับผลไม้และผักจะมีเยอะมากตามฤดูกาล และราคาถูก ปลอดสารพิษ บริษัทเราจะมีบริการผลไม้ตามฤดูกาลที่ขึ้นชื่อของอินเดียให้ท่านทานบนรถระหว่างการเดินทางโดยเฉพาะทับทิม หรือที่เรียกกันว่าลูกอนาท จะมีรสชาติอร่อยมาก
       สัมภาระที่ต้องนำไปนอกจากธูปเทียนทองเครื่องบูชาสักการะแล้วก็มีอุปกรณ์การเดินทางที่จำเป็น เช่น  ไฟฉาย ต้องชนิดยี่ห้อดีๆ ให้แสงสว่างมากๆเพราะที่อินเดียถ้าวันไหนไฟไม่ดับนับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์(อินเดียใช้ไฟฟ้าขนาด 220V-240V-ที่เสียบไฟใช้ปลั๊กกลม)เสื้อกันหนาว ยาประจำตัว โทรศัพท์(ระบบ GSM)ก็มีสัญญาณในบางพื้นที่ แต่ต้องเปิดบริการขอใช้ต่างประเทศ(Intermational  Roaming)ก่อนออกเดินทางซึ่งค่ารับสายจะแพงมาก ท่านสามารถซื้อซิมการ์ดแบบเติมเงินที่เป็นของอินเดียแล้วโทรออกจะดีกว่า
       เวลาที่อินเดียจะช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมงครึ่ง พุทธสถานส่วนใหญ่จะเปิดให้เข้าชมจากพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

                *ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากหนังสือท่านพระมหา ดร.คมสรณ์ คุตฺตธมฺโม*      

ดาวน์โหลดโปรแกรมตามรอยพระพุทธเจ้าได้ที่นี่ค่ะ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ออฟฟิศ หรือหมายเลข Hotline 24 ชั่วโมง 083 - 2972222

                         

           







Copyright © 2011 All Rights Reserved.
บริษัท บีเอ็นบี ทราเวล เซ็นเตอร์ แอนด์ เทรด จำกัด
BNB TRAVEL CENTER & TRADE.Co,.Ltd
99/390 Rattanathibet17 Bangkrasaw Muang Nonthaburi 11000
Tel.02-965-5217-8,02-679-4509,02-679-4255
Fax.02-965-5218 Email : bnbtravelcenter@hotmail.com